22 กรกฎาคม 2556

เทคนิคลดพุงภายใน 1 เดือน


                                          เทคนิคลดพุงภายใน 1 เดือน






เทคนิคลดพุงภายใน 1 เดือน (Woman's Story)
 

          รูปร่างอ้วน มีพุง นอกจากจะสร้างความไม่มั่นใจให้แล้ว ยังอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ด้วย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ที่หน้าท้องนำมาซึ่งโรคมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงมะเร็งด้วย...

          ทั้งนี้หลายคนพยายามลดพุง แต่ก็ยังไม่สำเร็จซักที วันนี้เราเลยนำเทคนิคที่จะช่วยให้ลดพุงได้ภายใน 1 เดือนมาฝากกัน ไปติดตามกันเลย

ตั้งใจ 

          เมื่อใดที่ตั้งใจและมุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในการลดน้ำหนักแล้ว ความตั้งใจนั้นก็เท่ากับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จแล้ว

 ตั้งเป้าหมาย 

          เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพแล้ว ก็ต้องมีการตั้งเป้าหมาย มิเช่นนั้นก็จะเหมือนกับเดินทางโดยไร้จุดหมาย...โดยเริ่มต้นจดบันทึกน้ำหนักตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ แต่ต้องไม่ต้องเป้าหมายที่สูงมากเกินไป

 ลงมือทำ 

          พยามปรับพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีประจำวัน จะช่วยให้คุณลดพุงได้ง่ายขึ้น โดย...

           อย่าพยายามอดอาหาร เพราะนั่นไม่ถูกต้อง การอดอาหารอาจจะทำให้น้ำหนักลดในช่วงแรก แต่ก็จะกลับมาอ้วนได้อีกในตอนหลัง เคล็ดลับการคุมน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ เน้นมื้อเช้ากินให้อิ่มและครบห้าหมู่ก่อน 9.00 น. กินมื้อเที่ยงตรงเวลา และกินมื้อเย็นก่อน 18.00 น.

           คิดก่อนที่จะกิน อย่ากินตามใจตัวเอง เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องเริ่มเลือกของกิน เลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก กาแฟ หรือช็อกโกแลตเย็น รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

           พยายามหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก แต่ต้องไม่พึ่งยาลดน้ำหนัก เพราะจะส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบประสาท และเกิดโยโย่กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิมเมื่อหยุดยา ตัวช่วยที่ดี ได้แก่ น้ำเปล่า ดื่มน้ำบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8-10 แก้ว) เพื่อร่างกายจะได้นำไปใช้ในการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งผักสดก็เป็นตัวช่วยดูดซับไขมันในอาหารที่ดี นอกจากนั้นก็มีผลไม้อย่างฝรั่งหรือแอบเปิ้ล ซึ่งช่วยแก้หิวระหว่างมื้อได้

 นอนเร็ว ก็ผอมเร็ว

          พยายามนอนให้เร็ว นอนตั้งแต่หัวค่ำ หรือไม่เกิน 4 ทุ่ม และต้องนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน

          เห็นไหมล่ะคะว่า การลดพุงไม่ได้ยากอย่างที่คิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราเอง ที่สำคัญอีกอย่างควรมีการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีสูงสุด แถมร่างกายยังแข็งแรงด้วย












หน้าใสไร้สิวด้วย 4 วิธีธรรมชาติ







          “ปัญหาสิว” มักจะเป็นปัญหาที่หนุ่มๆ สาวๆ ทุกคน ต่างก็ต้องปวดหัว และหาทางแก้กันอยู่เรื่อย โดยการลองผิดลองถูกกันอยู่เป็นประจำใช่มั้ยล่ะค่ะ เพราะสภาพผิวหน้าของทุกคนนั้นแตกต่างกัน การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวต่างๆ นั้นก็อาจจะได้ผลดี หรือเสียแตกต่างกันออกไป

        1. ไข่ขาว

          ก่อนอื่นเลยน้องๆ ต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะครับ และก็ทำการแต้มเฉพาะไข่ขาวลงไปที่หัวสิว รอทิ้งไว้จนแห้งสักพักหนึ่ง แล้วค่อยลอกออก จากนั้นก็ล้างหน้าซ้ำอีกครั้ง เพื่อเป็นการชำระล้างคราบ ที่อาจจะหลงเหลืออยู่ให้สะอาดหมดจรด

        2. น้ำมะนาว

          ล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้น้ำมะนาวแต้มที่หัวสิวก่อนเข้านอน ปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืน พอน้องๆ ตื่นมาแล้วค่อยทำการล้างหน้าทำความสะอาด

        3. น้ำมันสกัดจากดอกลาเวนเดอร์

          ใช้น้ำมันสกัดจากดอกลาเวนเตอร์แต้มที่หัวสิวก่อนนอน ปล่อยไว้ทั้งคืนเช่นกัน นอกจากจะช่วยให้หัวสิวแห้งลงได้แล้ว กลิ่นหอมๆ ของดอกลาเวนเดอร์ก็ยังสามารถช่วยให้น้องๆ นอนหลับสบายได้ดีอีกด้วยนะครับ

        4. ซินนามอน และน้ำผึ้ง

          ผสมซินนามอนป่น กับน้ำผึ้งให้เข้ากันเป็นเนื้อข้นๆ แล้วใช้แต้มที่หัวสิวก่อนเข้านอน ข้อสำคัญที่น้องๆ ไม่ควรจะลืมก็คือ ต้องนำผ้าขนหนูมารองที่หมอน เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมที่เราใช้แต้มนั้นไปเปื้อนเลอะเทอะหมอน หรือที่นอนด้วยนะครับ






21 กรกฎาคม 2556

5 อาหารแย่ๆแต่ควรกิน!!

5 อาหารแย่ๆแต่ควรกิน!!PDFPrintE-mail





ความเชื่อเกี่ยวกับอาหารบางประเภทที่ว่าไม่ดีกับสุขภาพ แต่ในมุมของข้อเสีย ก็แอบมีข้อดีที่มีประโยชน์เหมือนกัน
ไข่ไก่ การกินไข่ทุกวันไม่ดีเพราะมีคอเลส-เตอรอล และไข่แดงยิ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพ
ความจริงแล้ว : ไขมันและไขมันอิ่มตัวเป็นสาเหตุใหญ่ในการเพิ่มคอเลสเตอรอลในเลือดมากกว่าคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติ และไข่แดงยังมี Lutein และ Zeaxanthin ที่การวิจัยพบว่าสามารถลดความเสี่ยงภาวะจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสาเหตุของการตาบอดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

เนื้อวัว เนื้อวัวอุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอ-รอล เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
ความจริงแล้ว : เนื้อแดงของเนื้อวัวนั้นเป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็ก แร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่สูญเสียธาตุเหล็กจากคลอดบุตร ลองเลือกเนื้อที่มีสีแดงเข้ม มีลายหินอ่อนเล็กน้อยก็จะเป็นเนื้อส่วนดีที่มีไขมันน้อย

ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตขึ้นชื่อเรื่องน้ำตาลสูง ไขมันก็สูง และรสชาติหวานมันย่อมไม่ดีกับคุณแน่ๆ
ความจริงแล้ว : ดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ช่วยป้องกันเส้นเลือดตีบ และเมื่อเร็วๆ นี้นักวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่าการกินดาร์กช็อกโกแลต 40 ออนซ์ ทุกวันเป็นเวลาสองสัปดาห์ ช่วยทำให้ฮอร์โมนความเครียดลดลง แต่ก็ไม่ได้หมายถึงกินมากแล้วจะเครียดน้อยลง ยังไงก็ควรกินแต่น้อยไม่งั้นจะพานเครียดกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแทน

มันฝรั่ง มันฝรั่งมีค่าดัชนีน้ำตาลค่อนข้างสูง จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วยังเข้าไปขัดขวางการทำงานของอินซูลินที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลด้วย
ความจริงแล้ว : มันฝรั่งเป็นแหล่งของเส้นใย โพแทสเซียม และวิตามินซีชั้นดี ต่อให้กินมันฝรั่งทั้งผลก็ไม่มีผลต่อค่าดัชนีน้ำตาลมากนัก ถ้าคุณเพิ่มน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย เพราะไขมันจะช่วยชะลอการดูดซึมของคาร์โบไฮเดรตในมันฝรั่ง

ขนมปังขาว ขนมปังแป้งแผ่นที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต
ความจริงแล้ว : ขนมปังขัดขาวไม่ได้แย่เสมอไป แนวทางใหม่ในการบริโภคอาหารสำหรับชาวอเมริกันแนะนำให้กินขนมปังขัดขาวอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของธัญพืชที่กิน สลับกับขนมปังโฮลวีต 100% หรือขนมปังธัญพืชไม่ขัดสีอื่นๆซึ่งเป็นวิธีในการกินขนมปังให้ดีต่อสุขภาพ


อาหารที่ว่าดีต่อสุขภาพ บางอย่างกินมากไปก็ไม่ดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://women.thaiza.com





กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

7 เคล็ดลับ กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

รูปผู้หญิงถือจานผักและผลไม้


ในยุคที่กระแสคนรักสุขภาพกำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก รวมทั้งคนไทย การกินเพื่อสุขภาพคือสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจเพราะการกินไม่ใช่แค่การสนองความต้องการหรือให้อิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังต้องคำนึงถึงผลที่มีต่อสุขภาพด้วย
อ.กัญชลี ทิมาภรณ์ นักโภชนาการโรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า อาหารและสุขภาพเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน การเกิดโรคบางชนิดก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม หลายคนเคยหลงรูป รส หรือความสะดวกรวดเร็วของอาหารที่แฝงไปด้วยพิษภัยอย่างเงียบๆ เช่น ฟาสต์ฟูด อาหารสำเร็จรูป เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมฯลฯ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินที่ผิดและตกยุค

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จนเกิดกระแสรักสุขภาพและการกินเพื่อสุขภาพตามมา ดังนั้น จึงขอแนะนำ 7 เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพเพื่อให้นำไปใช้กัน
1.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและสมองแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น

2.เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์(มอลต์) ถั่ว ข้าวสาลี (โฮลวีต) เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีนที่ปราศจากคอเลสเตอรอลและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีสารแอนติออกซิแดนท์ ใยอาหารและปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ หรืออาจเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลจากมอลต์ เป็นต้น

3.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหารและทานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยนำคอเลสเตอรอลและสารก่อมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งบางชนิด และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.ลดขนมขบเคี้ยวและขนมอบ ที่มีแต่ไขมัน เกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากทานขนมอาจหันมาทานขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมที่มีประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น
5.กินปลา ไข่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วยเสริมสร้างร่างกายในผู้เยาว์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลายในผู้สูงวัย เป็นส่วนประกอบของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น

6.ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีน้ำตาลสูง การดื่มน้ำผักผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัน

7.ดื่มน้ำและนมให้เป็นนิสัย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและมีน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยชนิดของนม ขึ้นอยู่กับวัย หากเป็นเด็กทีกำลังเจริญเติบโตควรเป็นนมจืดธรรมดา แต่ในผู้สูงอายุควรเป็นนมพร่องมันเนยเพื่อมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล

การกินเพื่อสุขภาพมีหลากหลายวิธี อยู่ที่ใครจะเลือกปฏิบัติแบบใด แต่หลักง่ายๆ คือทานอาหารให้ครบ5 หมู่ ครบทุกมื้อ แต่เลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจึงจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อารมณ์ที่สดใส และห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ อ.กัญชลี ให้คำแนะนำทิ้งท้าย



ขอขอบคุณข้อมูล จาก www.newswit.com




เคล็ดลับการลดความอ้วนอย่างง่ายๆและถูกวิธี


เคล็ดลับการลดความอ้วนอย่างง่ายๆและถูกวิธี 






หากคุณเคยลดความอ้วนมาหลายครั้งแล้วไม่ได้ผล ขอเสนอเคล็ดลับการลดความอ้วนอย่างง่ายและถูกวิธี ดังนี้

ข้อที่ 1 ต้องมีจิตใจเข้มแข็ง และมีความตั้งใจจริงที่จะลดน้ำหนักซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสัญญากับตนเองว่า จะปฏิบัติตามแนวทางที่วางไว้ เพื่อลดน้ำหนักตนเองลง
ให้ได้ โดยหลีกเลี่ยงข้อแก้ตัวต่าง ๆ ที่จะเป็นปัญหาในการลดน้ำหนัก เช่น ถ้าได้รับเชิญไปกินเลี้ยงต้องวางแผนไว้ก่อนว่าในมื้ออื่น ๆ จะต้องกินอาหารอย่างไร
เพื่อควบคุมการกินอาหาร

ข้อที่ 2 แต่ละวันให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และครบ 3 มื้อ การงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งเพื่อลดความอ้วนเป็นวิธีที่ไม่สมควรเพราะเป็นการบั่นทอนสุขภาพ
ข้อที่ 3 ลดอาหารประเภท ข้าว แป้ง น้ำตาล และไขมันลง แต่กินอาหารพวกพืชผัก ผลไม้ให้มากขึ้น
ข้อที่ 4
 มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากควบคุมการกินอาหารแล้ว ถ้าได้มีโอกาสออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะทำให้ผลการลดน้ำหนักดียิ่งขึ้น
เพราะจะเป็นการใช้พลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหารไม่มีการสะสมไขมัน



     สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนต้องค่อยทำค่อยไป และทำอย่างสม่ำเสมอดีกว่าหักโหม ควรเลือกใช้วิธีที่ชอบ จะทำได้จนเป็นนิสัยโดยไม่ต้องฝืนใจ
 เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ กระโดดเชือก ขี่จักรยาน เต้นรำ โดยต้องคำนึงถึงสภาพของร่างกาย เพราะถ้าออกกำลังกายหนักไป อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้
เช่น กินข้าว 1 ทัพพี เดิน 20 นาทีจะใช้พลังงานที่ได้จากข้าวหมด แต่ถ้าตีเทนนิส เพียง 10 นาทีก็ใช้หมดแล้ว หรือถ้าวิ่งเพียง 4.5 นาทีก็ใช้พลังงานหมดแล้ว



     สิ่งสำคัญ คือ ลดการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ไขมัน น้ำตาล และแป้งลง ถ้าลดพลังงานได้วันละ 500-550 แคลลอรี่จะลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละ
ครึ่งกิโลกรัม ซึ่งถือว่าพอเหมาะ
 

   **  ถ้าคุณทำตามทั้งสี่ข้อนี้ได้ รับรองว่าน้ำหนักคุณจะต้องลดลงอย่างแน่นอน แถมมีสุขภาพดีอีกด้วย

 

Sample text

Sample Text

Sample Text

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์